| ระบบข้อมูลสารสนเทศทุนวิจัย |
|
|
|
 |
 |
 |
| ระบบสมาชิก |
|
สมาชิกทั้งหมด 101 คน |
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน |
|
|
 |
 |
 |
|
|
 |  |  |
|
|

 |
|
 |
|
| หมวดหมู่ : กลุ่มพัฒนาผู้เรียน |
 |
|
เรื่อง : งานครั้งที่ 3 |
|
blog name : wanidapu
|
ระดับ : [ มือใหม่ ]
|
| เข้าชม : 887 |
พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน มีนาคม พ.ศ.2563
|
|
|
|
|
1. ยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา
- คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนำเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าบทเรียน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจัดโปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบ กับบทเรียนได้ตลอด จนมีผลป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนรู้ บทเรียนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจในเนื้อหาวิชาของบทเรียนนั้นๆ
- E-Learning ความหมาย e-Learning เป็นคำที่ใช้เรียกเทคโนโลยีการศึกษาแบบใหม่ที่ยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่แน่ชัด และมีผู้นิยามความหมายไว้หลายประการ ผศ.ดร.ถนอมพรเลาหจรัสแสง ให้คำนิยาม E-Learning หรือ Electronic Learning ว่า หมายถึง “การเรียนผ่านทางสื่ออิเลคทรอนิกส์ซึ่งใช้การนำเสนอเนื้อหาทางคอมพิวเตอร์ในรูปของสื่อมัลติมีเดียได้แก่ ข้อความอิเลคทรอนิกส์ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ภาพสามมิติฯลฯ”เช่นเดียวกับ คุณธิดาทิตย์จันคนา ที่ให้ความ หมายของ e-learning ่าหมายถึงการศึกษาที่เรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตโดยผู้เรียนรู้จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ารเรียนรู้จะเป็นไปตามปัจจัยภายใต้ทฤษฎีแห่งการเรียนรู้สองประการคือเรียนตามความรู้ความสามารถของผู้เรียนเอง และ การตอบสนองในความแตกต่างระหว่างบุคคล(เวลาที่แต่ละบุคคลใช้ในการเรียนรู้)การเรียนจะกระทำผ่านสื่อบนเครือข่ายอินเตอร์เนตโดยผู้สอนจะนำเสนอข้อมูลความรู้ให้ผู้เรียนได้ทำการศึกษาผ่านบริการ World Wide Web หรือเวปไซด์ โดยอาจให้มีปฏิสัมพันธ์ (สนทนา โต้ตอบ ส่งข่าวสาร) ระหว่างกันจะที่มีการ เรียนรู้ ู้ในสามรูปแบบคือ ผู้สอนกับ ผู้เรียนผู้เรียนกับผู้เรียนอีกคนหนึ่ง หรือผู้เรียนหนึ่งคนกับกลุ่มของผู้เรียนปฏิสัมพันธ์นี้สามารถ กระทำ ผ่านเครื่องมือสองลักษณะคือ
1) แบบ Real-time ได้แก่การสนทนาในลักษณะของการพิมพ์ข้อความแลกเปลี่ยนข่าวสารกันหรือ ส่งในลักษณะของเสียง จากบริการของ Chat room
2) แบบ Non real-time ได้แก่การส่งข้อความถึงกันผ่านทางบริการ อิเลคทรอนิคเมลล์WebBoard News-group เป็นต้น
- ห้องเรียนเสมือนจริง (Vitual Classroom) ห้องเรียนเสมือน เป็นการจัดสิ่งแวดล้อมในความว่างเปล่า (space) โดยอาศัยศักยภาพของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เป็นการจัดประสบการณ์เสมือนจริงแก่ผู้เรียน นอกจากนั้นยังมีสิ่งสนับสนุน อื่น ๆ ที่จะช่วยทำให้การมีปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า ซึ่ง ี่บางโอกาสอาจจะเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากนั้น สามารถกระทำได้เสมือนบรรยากาศการพบกันจริง ๆ กระบวนการทั้งหมดดังที่กล่าวมานี้ มิใช่เป็นการเดินทางไปที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่จะเป็นการเข้าถึงด้านการพิมพ์ การอ่านข้อความ หรือข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟแวร์ เพื่อควบคุมการสร้างบรรยากาศแบบห้องเรียนเสมือน การมีส่วนร่วมจะเป็นแบบภาวะต่างเวลา ซึ่งทำให้มีผู้เรียน ในระบบห้องเรียนเสมือนสามารถเชื่อมต่อเข้าไปศึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา
- สื่อหลายมิติ สื่อหลายมิตินั้นเป็นสื่อประสมที่พัฒนามาจากข้อความหลายมิติ ซึ่งแนวความคิดเกี่ยวกับข้อความหลายมิติ (hypertext) นี้มีมานานหลายสิบปีแล้ว โดย แวนนิวาร์บุช (Vannevar Bush) เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเขากล่าวว่าน่าจะมีเครื่องมืออะไรสักอย่างที่ช่วยในเรื่อง ความจำและความคิดของมนุษย์ที่จะช่วยให้เราสามารถสืบค้นและเรียกใช้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ได้หลาย ๆ ข้อมูลในเวลาเดียวกันเหมือนกับที่คนเราสามารถคิดเรื่องต่าง ๆ ได้หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน
2. อธิบายเกี่ยวกับการจัดการงานบุคคลากรด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้เกิอประโยชน์ต่อองค์กรสูงสุด
ยุคดิจิตอลนั้นเกิดการปฎิวัติทางอาชีพ (Career Disruption) ขึ้นมากมาย หลายฝ่ายต้องมีการปรับตัวกันยกใหญ่รวมถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และเพื่อการแข่งขันกับสรรหาคนที่มีคุณภาพตลอดจนมีประสิทธิภาพมากที่สุดให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) ในยุคดิจิตอลนั้นต้องปรับตัวเป็นฝ่ายรุกรวมถึงต้องปรับการทำงานมากมายเพื่อให้กลายเป็นฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ที่พร้อมรับมือกับยุคดิจิตอลนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพที่สุด และสร้างความสุขตลอดจนคุณภาพชีวิตให้กับพนักงานให้มากที่สุด รวมถึงสร้างให้องค์กรประสบความสำเร็จได้มากที่สุดด้วย
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วหากพูดถึงงาน HR จะนึกถึงงาน Routine งานที่ต้องทำซ้ำๆกันในทุกๆวัน ดูแลเรื่องสวัสดิการ กฎระเบียบความเรียบร้อยในการทำงานของพนักงานในองค์การ คอยรับคำสั่งจากผู้บริหารแล้วนำมาปฏิบัติ แต่ในยุคดิจิทัลที่มี Talent ในองค์กร เป็นคนขับเคลื่อนบริษัท ดังนั้นคนในองค์กรจึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญมากขึ้น ดังนั้นบทบาทของ HR จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเชิงธุรกิจ มีความคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) และสามารถเป็นที่ปรึกษา เป็น Partner (หรือ HR Business Partner: HRBP )ให้กับ CEO ได้ “ถ้าเรามัวแต่กอด Routine, AI ก็จะพามันไป” ความท้าทายในการทำงาน HR ในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรคือ “วัฒนธรรมองค์กร” (Organizational Culture) เนื่องจากบริษัทใหญ่ๆที่อยู่มานาน บุคลากรที่ทำงานกับองค์กรมาหลาย 10 ปี อาจตามไม่ทันการใช้เทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ได้คล่องแคล่ว อีกทั้งเด็กรุ่นใหม่มีอุปกรณ์ต่างๆในการเข้าถึงข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้ได้ง่าย ดังนั้นสิ่งที่ HR ต้องทำคือการสร้างวิธีคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)ให้กับคนในองค์กร ให้พร้อมเรียนรู้จากสิ่งต่างๆรอบตัว และสมาชิกรุ่นใหม่ในองค์กรที่มีความคิดใหม่ๆที่สามารถพัฒนาองค์กรได้ รวมทั้งสามารถปรับตัวในการใช้เทคโนโลยีในการทำงาน เพราะถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติ (Mindset) ได้ นั่นแปลว่าเราทำให้เขาเข้าใจ Purpose เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำสิ่งนี้ได้จริงๆ ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงแบบถาวร
หลายองค์กรไม่ได้สรรหาทรัพยากรบุคคลเพียงเท่านั้น แต่ยังทำ Recruitment Marketing ไปจนถึง Organization Branding ที่เกี่ยวข้องกับสายงานบริหารงานบุคคลเป็นหลัก มีการทำการตลาดตลอดจนประชาสัมพันธ์ครบวงจรเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในรูปแบบการจ้างงานและการดูแลพนักงาน ทำให้คนอยากเข้ามาร่วมงานกับองค์กร สำหรับองค์กรยุคดิจิตอลรุ่นใหม่นั้นอาจใช้สิ่งเหล่านี้เป็นกลยุทธ์โปรโมทองค์กร ตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการบริหารงานบุคคลให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้คนเห็นวิสัยทัศน์และศักยภาพองค์กร จนอยากทำให้เกิดการอยากร่วมงานอีกด้วย
3. ให้อธิบายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการจัดการด้านเกษตร (ยกตัวอย่าง)
1.การปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยเทคนิคใหม่ (new plant breeding techniques : NPBTs) โดยนำเทคโนโลยีพันธุวิศกรรมมาใช้ปรับปรุงข้อมูลพันธุกรรม (genomes) พืชได้อย่างแม่นยำ มีเป้าหมายมุ่งพัฒนาพืชสายพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตเพิ่ม มีความต้านทานต่อแมลง โรคพืชหรือความแห้งแล้ง ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและทางโภชนาการ ทำให้ภาค เกษตรต่อสู้กับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้นNPBTs แตกต่างไปจากเทคนิคการเพาะพันธุ์พืชแบบเดิม (coventional breeding techniques) เพราะใช้เวลาพัฒนาพืชสายพันธุ์ใหม่สั้นกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากกว่า อย่างไรก็ดี เทคนิค NPBTs ไม่ใช่เทคโนโลยีการดัดแปรพันธุกรรมพืช (GMO) เพราะไม่ได้มีการใส่ดีเอ็นเอแปลกปลอม ใดๆ (foreign DNA) เข้าไปเพื่อสร้างพืชสายพันธุ์ใหม่ เทคนิค NPBTs ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้จริงในฟาร์ม เพราะ EU ยังไม่แน่ใจว่าพืชสายพันธุ์ใหม่จากเทคนิค NPBTs ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย GMO หรือไม่
2.การควบคุมทางเดินของเครื่องจักรกลการเกษตร (controlled traffic farming : CTF) การทำเกษตรบนพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งมีเครื่องจักรน้ำหนักมากแล่นผ่านบนพื้นที่ซ้ำๆ จะทำให้เกิดปัญหา ดินแข็ง น้ำไหลผ่านยากและประสิทธิภาพในการเพาะปลูกพืชลดลง ดังนั้น การควบคุมเครื่องจักรกลการ เกษตรให้วิ่งผ่านเฉพาะเส้นทางที่กำหนดไว้ทุกครั้งจะช่วยลดการอัดแน่นของดินบนพื้นที่เกษตรได้ราว ๘๐ – ๙๐% ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ต่อการลดต้นทุนของเกษตรกร (เช่น พลังงาน เวลา เครื่องจักรที่ใช้) ยังช่วย เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพดินและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
3.เทคโนโลยีวัดค่าต่างๆในการทำเกษตร เช่น การใช้ระบบเซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำใน พืชและการระเหยของน้ำ เพื่อคำนวณหาอัตราการสูญเสียน้ำของพืช จะทำให้เข้าใจการตอบสนองของพืชต่อ ความเพียงพอของน้ำและการใช้น้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น, เทคโนโลยีภาพดิจิตอลและภาพถ่ายความร้อน อินฟาเรด (thermography) เพื่อติดตามว่าการให้น้ำหรือปุ๋ยส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช การออกผล หรือรสชาติของผลไม้อย่างไร, เทคโนโลยีเฝ้าระวังแบบไร้สาย (wireless monitoring technology) ที่ใช้ ในการเลี้ยงวัวนม โดยทั่วไปแล้วความเป็นกรดในกระเพาะอาหารของวัวจะส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณนม การเจาะตรวจโดยสัตวแพทย์ แม้เป็นวิธีที่นิยม แต่ค่าความเป็นกรดในกระเพาะอาหารวัวเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลา การเจาะตรวจเพียงครั้งเดียวจึงไม่ได้ให้คำตอบมากนัก จึงมีการพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ไร้สาย ที่เรียกว่า “eCow rumen bolus” โดยให้วัวกลืนเซ็นเซอร์นี้เข้าไปและเซ็นเซอร์จะตรวจวัดค่า pH ใน กระเพาะอาหาร แล้วส่งข้อมูลมายังโปรแกรมมือถือของผู้เลี้ยงวัว การทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จะทำให้สามารถติดตามสุขภาพสัตว์ ควบคุมการให้อาหารสัตว์หรือรู้ว่าต้องส่งวัวไปพบสัตว์แพทย์หรือไม่ eCow จึงเป็นเครื่องมือช่วยเหลือเกษตรกรในการบริหารจัดการการทำ
4.เกษตรกรรมความแม่นยำสูง (precision farming) เป็นเทคนิคทำเกษตรที่มุ่งให้ได้ ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ใช้ปัจจัยการผลิตลดลง (น้ำ พลังงาน ปุ๋ย สารปราบศัตรูพืช) โดยอาศัยการบริหารจัดการ ที่ดีและคำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของพืชและสัตว์เป็นหลัก เกษตรกรรมความแม่นยำสูงใช้เทคโนโลยี หลากหลายรูปแบบช่วยในการทำการเกษตร อาทิ เซ็นเซอร์ (sesors) เทคโนโลยีระบุหรือบ่งชี้ลักษณะของ สิ่งต่างๆ (object identification technology) ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (GNSS) เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICTs) หุ่นยนต์ (robotics) และยานยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (autonomous vehicles) ปัจุบันภาคเกษตรของ EU ที่ใช้เทคโนโลยีเกษตรกรรมความแม่นยำสูง ได้แก่
– การเพาะปลูกพืช : เทคโนโลยีเกษตรกรรมความแม่นยำสูงที่ใช้ ได้แก่ ระบบนำทางด้วย ดาวเทียม (GNSS) ทำให้ทราบตำแหน่งบนพื้นที่การเกษตรและลดการทำงานทับซ้อนบนจุดเดียวกัน จึงช่วย ประหยัดพลังงาน น้ำและสารเคมีที่ใช้, การทำแผนที่ระดับผลผลิต (yield mapping) ทำให้เกษตรกรมอง เห็นภาพความเหมาะสมในการเพาะปลูกพืชบนพื้นที่เกษตรทุกตารางเมตร หรืออาจนำข้อมูลจากแผนที่มา ช่วยตัดสินใจว่าควรใช้สารปราบศัตรูพืชบริเวณใดในปริมาณมากน้อยเท่าใด ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) มาใช้สำรวจความหลากหลายของพื้นที่เกษตร ศึกษาสภาพดินและ พืชตามจุดต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นมีความละเอียดถูกต้อง การทำเกษตรจึงมีความแม่นยำมากขึ้นและการใช้ ทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด
– การเลี้ยงวัว : เทคโนโลยีเกษตรกรรมความแม่นยำสูงที่ใช้มีตั้งแต่เซ็นเซอร์สำหรับตรวจ วัดค่าต่างๆ (เช่น สุขภาพสัตว์ พฤติกรรมวัว) แล้วนำค่าที่ได้มาประมวลผลและเชื่อมโยงกับเครื่องจักรที่ ทำงานได้เองอัตโนมัติ โดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานคนหรือมนุษย์ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ควบคุมเครื่องจักรเท่านั้น ส่วนฟาร์มเลี้ยงวัวบางแห่งใน EU นำหุ่นยนต์มาช่วยทำงานหนักๆอย่างเช่น การให้อาหารหยาบ (roughage) และการทำความสะอาดคอกวัว
– การปลูกผัก : เทคโนโลยีเกษตรกรรมความแม่นยำสูงที่ใช้ในการปลูกผักมี ๓ ประเภท ได้แก่ เครื่องเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เลือกเก็บเฉพาะผักที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ, รถแทรกเตอร์ติดเซ็นเซอร์และ มีระบบนำทางอัตโนมัติ ทำให้ทราบว่าควรใช้สารปราบศัตรูพืชมากน้อยแค่ไหนที่จุดใด จึงช่วยลดการใช้ สารปราบศัตรูพืชและประหยัดแรงงาน เทคโนโลยีอีกอย่าง คือ หุ่นยนต์กำจัดวัชพืช ที่ใช้กล้องดิจิตอล มองหาพืชและแยกแยะว่าเป็นผักที่ต้องการหรือวัชพืช โดยใช้ระบบตรวจจำวัตถุ (object recognition) เทียบสิ่งที่มองเห็นกับฐานข้อมูลที่เคยเก็บไว้ แล้วกำจัดวัชพืชด้วยการตัดทิ้ง ใส่ยาหรือปุ๋ยในจุดที่มีวัชพืช ซึ่งความเข้มข้นของปุ๋ยที่มากพอจะทำให้วัชพืชตายและยังเพิ่มสารอาหารให้ผักที่ปลูกไว้
สรุป
เทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในยุคนี้ ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ก็ไม่อาจหลีกหนีให้พ้นจากอิทธิพลของเทคโนโลยีสารสนเทศได้ เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทครอบคลุมชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เป็นสิ่งที่จำเป็นในการพิสูจน์ตัวตน และในการรับบริการสาธารณะต่างๆ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล นอกจากนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศยังเป็นเทคโนโลยีที่สนับสนุนทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมต่อการผลิตและกระจายของปัจจัยแห่งการดำรงชีวิตต่างๆ เช่นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค และที่สำคัญที่สุด ความรู้และทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำมาหากินของผู้คนในทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือพนักงานบริษัทเอกชน ก็ล้วนแต่ต้องใช้ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการปฏิบัติงานในอาชีพของตนทั้งสิ้น บุคคลที่ไม่มีความรู้ และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะตกเป็นผู้ด้อยโอกาสและผู้เสียเปรียบจนไม่อาจดำรงชีวิตเป็นปกติสุขได้ ในขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีคุณประโยชน์มากมายแล้ว ทางอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศก็มีโทษมากมายเช่นเดียวกัน คือ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อที่สามารถแทรกซึมเข้าไปได้ถึงทุกครัวเรือน ทำให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสได้รับสื่อที่ไม่เหมาะกับวัย หรือเป็นสิ่งมอมเมาได้ง่าย นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังเป็นช่างทางของการก่ออาชญากรรมข้ามชาติได้ด้วย ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจึงต้องใช้อย่างมีจิตสำนึกและรู้เท่าทัน มุ่งให้ประโยชน์ทั้งแก่ผู้ใช้เองและแก่ส่วนรวม หลีกเลี่ยงการใช้ที่เป็นโทษหรือเป็นภัยแก่ตนเองเละผู้อื่น
|
|
|
| |
|
|
|
รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
|
blog name :
เจ้าของ blog :
อาชีพ :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :
|
wanidapu
วนิดา อินทไชย
23/4/2542
Idea 2 Click Udon
6 เรื่อง
[ มือใหม่ ]
|
|
|
|
 |
|
 |
กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<<
1
>>
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ krukacha932@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
|
|
|
 |  |  |
|